วันจันทร์ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ความหมายของ เทคโนโลยีการศึกษา

                 "เทคโนโลยีการศึกษา" หมายถึง ศาสตร์ที่ว่าด้วยวิธีการทางการศึกษา การพัฒนา และการประยุกต์วัสดุ เครื่องมือ วิธีการ เพื่อนำมาใช้ในสถานการณ์การเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของคนให้ดียิ่งขึ้น

ความสำคัญเทคโนโลยีการศึกษา
 
1.  เทคโนโลยีการศึกษาทำให้การเรียนการสอน มีความหมายมากขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้กว้าง
     ขวาง เรียนได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้สอนมีเวลาให้ผู้เรียนมากขึ้น
2.  เทคโนโลยีการศึกษาสามารถตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความ
     สามารถของผู้เรียน การเรียนการสอนจะเป็นการตอบสนองความสนใจและความต้องการของแต่ละ
     บุคคลได้ดี
3.  เทคโนโลยีการศึกษาทำให้การจัดการศึกษา ตั้งอยู่บนรากฐานของวิธีการทางวิทยาศาสตร์และ 
     พฤติกรรมศาสตร์ ทำให้การจัดการศึกษามีการประสานงานอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นตอน
4.  เทคโนโลยีการศึกษาช่วยให้การศึกษามีพลังมากขึ้น การนำเทคโนโลยีด้านสื่อและวิธีการต่างๆ เป็น
     เครื่องมือจะทำให้การศึกษามีพลัง
5. เทคโนโลยีการศึกษาทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง และได้พบกับสภาพความจริงใน
    ชีวิตมากที่สุด
6. เทคโนโลยีการศึกษาทำให้เปิดโอกาสทางการศึกษาทั้ง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
    และการศึกษาตามอัธยาศัย

บทบาทของเทคโนโลยีการศึกษาในการเรียนการสอน  มี 4 บทบาท ดังนี้
1. บทบาทด้านการจัดการ
2. บทบาทด้านการพัฒนา
3. บทบาทด้านทรัพยากร
4. บทบาทด้านผู้เรียน

จากบทบาทของเทคโนโลยีทางการศึกษามีแนวโน้มในการดำเนินการจัดการเรียนการสอนโดยการจัดระเบียบ (organizing) และการบูรณาการ (integrating) องค์ประกอบต่างๆ ทั้งหลายที่จะเอื้ออำนวยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

ความหมายของคอมพิวเตอร์การศึกษา (Computer – based Education)
         คอมพิวเตอร์เป็นคำที่ประกอบด้วยคำ 2 คำ คือ คอมพิวเตอร์และการศึกษา
         คำว่า คอมพิวเตอร์พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2525 ให้ความหมายไว้ว่าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกลใช้สำหรับแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์
         ส่วนคำว่า การศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่ากระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลอและสังคมโดยการถ่ายทอดความรู้  การฝึกการ อบรม การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

         สรุปความแล้วคอมพิวเตอร์ศึกษา หมายถึง การนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่แทนการทำงานของมนุษย์ในการคำนวณและประมวลผล เพื่อแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ที่ช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคมอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
 
       การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการศึกษานั้นในต่างประเทศได้นำมาใช้นานแล้วตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1950s โดยเริ่มนำมาใช้ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้นำใช้ในด้านการบริหาร จัดการเรียนการสอน ตลอดจนการวิจัยการเรียนการสอน ในปี 1960 มหาวิทยาลัย Illinois ได้เริ่มโครงการ PLATO  (ย่อมาจาก Programmed Logic for Automatic – Teaching Operation) เพื่อออกแบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอน และยังพัฒนาคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในรายวิชาต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาลถึงบัณฑิตวิทยาลัยรวมทั้งการฝึกอบรมทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ในปี 1972 ได้มีโครงการ TICCIT ของบริษัท Mitre Corporation ได้เสนอการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบมินิคอมพิวเตอร์ทำให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนได้ด้วยตนเอง (Learner – Controlled)

        ช่วงทศวรรษที่ 1970s บริษัทคอมพิวเตอร์ทั้งหลายได้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ขึ้น จนได้นำมาใช้ในวงการศึกษาอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเครื่องมีขนาดเล็กลงและราคาก็ไม่สูงมากนักจึงทำให้มีการพัฒนา วิจัยการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษาอย่างไม่หยุดนิ่ง ประกอบกับวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาให้ง่ายต่อการใช้งาน  มีประสิทธิภาพในการประมวลผลสูง ขนาดเล็กลง คุณภาพของภาพ เสียง มีความคมชัด และมีความเป็นจริงเสมือนมากขึ้น จึงเกิดนวัตกรรมขึ้นอีกหลายด้านที่ควรค่าแก่การนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในมนุษย์อย่างต่อ
เนื่องในปัจจุบัน
 
        คอมพิวเตอร์การศึกษา ตามนัยแล้วเป็นการนำคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ในมนุษย์ ดังนั้นถ้านวัตกรรมเทคโนโลยีใดก็ตามที่มีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนร่วมและช่วยก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์การศึกษา ซึ่งความหมายจะกว้างครอบคลุมมากแต่ก็พอที่จะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ ดังนี้
         1. คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอน  (Computer – Managed Instruction: CMI)
         2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer – Assisted Instruction: CAI)
(โดย รศ.ดร.เกียรติศักดิ์  พันธ์ลำเจียก,2550)



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น